ลดไขมันโดยการวิ่ง vs ลดไขมันแบบเวทเทรนนิ่ง สนับสนุนข้อมูลดีๆ โดย MEGA We care - planforfit
266_vs

ลดไขมันโดยการวิ่ง vs ลดไขมันแบบเวทเทรนนิ่ง สนับสนุนข้อมูลดีๆ โดย MEGA We care

266_vs_p

 

ลดน้ำหนักด้วยการวิ่ง vs ลดน้ำหนักสไตล์เวทเทรนนิ่ง

 

ตามที่ทาง P4F เคยบอกไว้ว่าหัวใจหลักของการลดน้ำหนักและไขมันนั้นคือการทำให้แคลอรีที่ได้รับนั้นน้อยกว่าแคลอรี่ที่ใช้ หรือก็คือ Cal in<Cal out ดังนั้นเราจะทำยังไงก็ได้ให้เกิดภาวะนี้ก็จะทำให้เกิดการดึงพลังงานที่สะสมในรูปของไขมันมาใช้และทำให้ลดน้ำหนักและไขมันได้

 

การลดน้ำหนักสไตล์เวทเทรนนิ่ง

 

สไตล์นี้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยจะมีการเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ (และรักษามวลกล้ามเนื้อ) ซึ่งการมีมวลกล้ามเนื้อที่มากนั้นก็จะทำให้ส่วนของ Cal out มากขึ้นได้และรักษาระดับการเผาผลาญไม่ให้ตกลงมาก

 

นอกจากนี้ยังมีการคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม ซึ่งตรงนี้จะช่วยในเรื่องของรักษามวลกล้ามเนื้อด้วยและเพื่อลด Cal in ด้วย

 

อย่างสุดท้ายก็จะมีการทำคาร์ดิโอควบคู่บ้างเพราะการรักษามวลกล้ามเนื้ออย่างเดียวนั้นก็ช่วยแค่ไม่ให้ Cal out ตกเนื่องจากระดับการเผาผลาญลด ดังนั้นกรณีที่การลดน้ำหนักนั้นถึงจุดตันที่จะต้องปรับให้ส่วนต่างของ Cal in นั้นน้อยกว่า Cal out มากกว่าเดิมนั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีการคาร์ดิโอเข้ามาช่วยด้วย

 

การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างเดียวอย่างวิ่ง, ปั่นจักรยาน

 

การวิ่ง, การปั่นจักรยาน หรือการแข่งไตรกีฬา ก็เป็นการออกกำลังกายที่นิยมเช่นกัน การออกกำลังกายประเภทนี้สามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักและไขมันได้เช่นกัน

 

คนที่ออกกำลังกายแบบนี้ก็สามารถลดไขมันได้โดยไม่ต้องเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อรักษาระดับ Cal out  แต่ไปแลกกับว่าต้องพยายามออกกำลังกายเยอะๆ เพื่อให้ Cal out สูงกว่า Cal in

 

ถ้าออกกำลังกายแบบนี้อย่างเดียวโดยไม่เวทเทรนนิ่ง สิ่งที่จะตามมาคือมวลกล้ามเนื้อลดลงและตามด้วยระบบการเผาผลาญที่ลดลงเรื่อยๆ ดังนั้นวันนึงจะถึงจุดสมดุลแคลอรี่ที่ทำให้ Cal in = Cal out (เพราะ Cal out ต่ำลงเนื่องจากการเผาผลาญ) ดังนั้นการที่จะทำให้ลดต่อไปได้ก็จะต้องพยายามทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นนั้นคือต้องวิ่งหรือปั่นจักรยานให้นานขึ้น, ระยะทางมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ดังนั้นจุดต่างระหว่างสองวิธีนี้คือการรักษามวลกล้ามเนื้อ

 

สไตล์เวทเทรนนิ่งจะใช้การรักษาระดับการเผาผลาญให้สูง + โภชนาการเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ + การคาร์ดิโอเท่าที่จำเป็น

 

ส่วนสไตล์ของวิ่ง/ปั่นจักรยานนั้นจะเน้นไปที่ใช้พลังงานในการวิ่งหรือปั่นให้มากกว่าที่กินเข้าไป

 

เมื่อถึงจุดตันทำยังไง

 

สำหรับคนที่เน้นสไตล์แบบเวทเทรนนิ่งเมื่อการลดน้ำหนักและไขมันถึงจุดตัน หากยังมีระยะเวลาในการคาร์ดิโอน้อยก็สามารถเพิ่มการคาร์ดิโอได้ ปกติ P4F จะให้คาร์ดิโอไม่เกิน 300 นาทีต่อสัปดาห์ (จริงๆ ไม่เกิน 200 นาทีด้วยซ้ำ) แต่ระดับแข่งขันอาจจำเป็นต้องทำมากกว่านี้ หรือถ้ายังมีโควต้าคาร์บให้ตัดได้อยู่ก็จะค่อยๆ ตัดคาร์บลงเพื่อทำให้เกิด Cal in< Cal out

 

คนที่ไดเอทมานานก็จะมีการใช้กลยุทธ์อย่าง Cheat meal เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญขึ้นมา ซึ่งวิธีนี้ได้ผลสำหรับกลุ่มนี้เนื่องจากการเผาผลาญที่ตกลงของกลุ่มนี้จะเกิดจากปริมาณสารอาหารที่น้อยลง (แต่มวลกล้ามเนื้อยังคงได้เยอะพอสมควร) การ Cheat meal ทุกๆ สองสัปดาห์ก็ทำให้ช่วยฟื้นได้ดีทีเดียว

 

สำหรับกลุ่มที่เน้นการออกแบบความทนทานอย่างการวิ่งหรือปั่นจักรยาน (หรืออื่นๆ ที่คล้ายกัน แต่ไม่เวทเทรนนิ่ง) ก็จะต้องเน้นไปที่เพิ่มระยะเวลาหรือเพิ่มระยะทางในการออกกำลังกายให้มากขึ้นเป็นหลักเนื่องจากเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ทำให้เกิดช่องว่าง Cal in < Cal out ได้ กลุ่มนี้การทานน้อยลงไม่เป็นผลดีเท่าไรเนื่องจากจะไม่มีแรงในการวิ่งระยะทางไกลๆ และการทำ Cheat meal จะมีผลน้อยเนื่องจากระดับการเผาผลาญที่ลดลงนั้นไม่ได้เกิดจากปริมาณสารอาหารที่น้อย แต่เกิดจากมวลกล้ามเนื้อลดลงในกรณีที่สารอาหารไม่มากพอที่จะรักษามวลกล้ามเนื้อที่มี

 

ทั้งสองวิธีสามารถลดน้ำหนักและไขมันได้ทั้งคู่ จะเลือกทางไหนก็ขึ้นกับความถนัดและความชอบส่วนบุคคล การที่จะไปถึงจุดสำเร็จของการลดน้ำหนักและไขมันทั้งสองวิธีนั้นแตกต่างกันเล็กน้อยก็เลือกปรับให้ตรงกับแนวทางที่เลือกใช้นะครับ

 

 

Hi-Green_left CMYK

จุดเด่นของ HI-Green

1. เป็นชาเขียวสกัดสูตรเข้มข้น

2. บรรจุในรูปแบบแคปซูลนิ่ม เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมเร็วขึ้น

3. ได้รับมาตรฐานการผลิตระดับสากล

 

 



[freakout_genads ads_id="2"][freakout_genads ads_id="2"] [fbcomments]
Shares
Share This