เทคนิคการติดตามผล - planforfit
1

เทคนิคการติดตามผล

การติดตามผล

การติดตามผลก็มีหลายๆ วิธี เช่น

  1. ชั่ง นน
  2. ใช้เครื่องวัด นน, วัดไขมัน
  3. ส่องกระจก ถ่ายรูปเปรียบเทียบ
  4. ใช้ตัวหนีบไขมัน Fat caliper
  5. การใช้สายวัดสัดส่วน

ในบทความนี้จะมาอธิบายข้อดี ข้อเสียของแต่ละวิธี

วิธีชั่ง นน

วิธีนี้ง่ายมาก แต่ก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไร เนื่องจาก นน ที่รู้นั้นเป็น นน โดยรวม (ไขมัน กล้ามเนื้อ) คนที่ นน เท่ากัน แต่มี %bodyfat ไม่เท่ากัน ก็มีรูปร่างไม่เหมือนกัน คนที่มี body fat ต่ำกว่าก็ดูดีกว่า ดังนั้นการดูแค่ นน อย่างเดียวนั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไร

วิธีใช้เครื่องวัด นน, ไขมัน

วิธีนี้ดูเหมือน จะดีขึ้นมาเพราะเราวัดมวลไขมันแยกออกมา แต่จริงๆ แล้วกลไกการวัดไขมันด้วยกระแสไฟฟ้านั้นได้ผลไม่เที่ยงตรงเนื่องจากว่าหลัก การนี้มีตัวแปรที่กระทบต่อการวัดไขมันมาก การวัดมีการคลาดเคลื่อนได้มาก

วิธีส่องกระจก ถ่ายรูปเปรียบเทียบ

วิธีนี้ง่ายและ มีประสิทธิภาพพอสมควร การส่องกระจกแล้วถ่ายรูปเปรียบเทียบความชัดของกล้ามเนื้อ ขนาดตัวที่เปลี่ยนไปช่วยให้ติดตามผลได้ดี

วิธีใช้ fat caliper

วิธีนี้เหมาะ สำหรับคนที่ค่อนข้างมีไขมันในเกณฑ์ที่น้อย แต่สำหรับคนที่ไขมันเยอะจะหนีบวัดยาก นอกจากนี้วิธีนี้ยังมีข้อจำกัดที่ว่าวัดได้เฉพาะไขมันใต้ผิวหนัง และยังต้องอาศัยความชำนาญในการวัด

วิธีใช้สายวัด

วิธีนี้มี ประสิทธิภาพมาก เนื่องจากเป็นการวัดโดยตรงว่าสัดส่วนตรงไหนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เนื่องจากไขมันมีความหนาแน่นน้อย ไขมันลดไป 0.5 kg จะเห็นว่ามีปริมาณมากและส่งผลต่อสัดส่วน ดังนั้นการเปลี่ยนแปลง นน ไขมันเพียงเล็กน้อยอาจสังเกตด้วยตาชั่งไม่ได้ แต่ด้วยสายวัดนี่สามารถเปรียบเทียบได้

คำแนะนำ

ควรใช้หลายวิธีรวมกันเพื่อช่วยให้การติดตามผลมีประสิทธิภาพ

  1. ชั่ง นน เพื่อหา นน ตัว ซึ่งสำคัญในการคำนวณสารอาหารต่างๆ ด้วย
  2. ใช้สายวัดสัด ส่วน ทำให้รู้ว่าสัดส่วนเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในกรณีที่ต้องการลดไขมัน การใช้วิธีชั่ง นน อาจพบว่า นน ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่จากสายวัดอาจพบว่าสัดส่วนลดลงเนื่องจากไขมันลดลง
  3. ส่องกระจก ถ่ายรูป




[freakout_genads ads_id="2"][freakout_genads ads_id="2"]