NEAT (non-exercise activity thermogenesis)

 

NEAT แนวทางใหม่สำหรับการลดไขมัน

ภาวะอ้วนนั้นเกิดจากการที่เรากินอาหารจนได้พลังงานมากกว่าที่ร่างกายใช้ไป (Energy intake > Energy expenditure) ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ

– กินมากเกินไป ​(overeating)
– ออกกำลังกายน้อยเกินไป
– โรคและบางภาวะที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย

 

จากสาเหตุข้างต้นทำให้แนวทางการลดน้ำหนักและไขมันมักจะเน้นไปที่ “ลดการกินอาหาร” และ “เพิ่มการออกกำลังกาย” เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามก็พบว่าแนวทางที่แนะนำดังกล่าวก็มีคนปฏิบัติตามได้น้อยจึงได้เกิดแนวทางใหม่ขึ้นมา ซึ่งแนวทางนั้นก็คือการเพิ่ม NEAT (non-exercise activity thermogenesis) นั่นเอง

 

NEAT มีความสำคัญมากกว่าที่คิด

ในขณะที่คนให้ความสำคัญของการใช้พลังงานในรูปแบบของการออกกำลังกายอย่างเดียว (ในที่นี้คือ EAT ที่ย่อมาจาก exercise activity thermogenesis) แต่ในความเป็นจริงแล้วสัดส่วนการใช้พลังงานของ NEAT นั้นสำคัญกว่ามาก เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตง่าย ๆ ก็ทำให้พลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวันก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น 4% ในท่านั่งเมื่อเทียบกับท่านอน และจะใช้พลังงานมากขึ้นถึง 13% ในท่ายืน เมื่อคำนวณดูแล้วพบว่าแค่เปลี่ยนพฤติกรรมนั่ง ๆ นอน ๆ มาเป็น ยืนเยอะขึ้น ก็จะมีการใช้พลังงานมากขึ้นประมาณวันละ 350 kcal เลยทีเดียว (ตัวเลข 350 kcal เทียบเท่ากับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอประมาณ 40-50 นาที) ยิ่งถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่น ๆ ให้มากขึ้น เช่น เดินมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้พลังงานที่ร่างกายใช้สำหรับ NEAT นั้นเพิ่มขึ้นได้อีกเยอะขึ้นอีกมาก

ดังนั้นก็อยากจะนำเสนอว่าการใช้พลังงาน NEAT นั้นก็มีความสำคัญทีเดียว การเพิ่มพลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวันจะช่วยให้สามารถลดน้ำหนักและไขมันได้ ซึ่งการเพิ่มการใช้พลังงานนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาจากการออกกำลังกายอย่างเดียวเท่านั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ยืนมากขึ้น, เดินมากขึ้น, การเดินเล่น/เดินช้อปปิ้ง ก็สามารถนำมาใช้ในการลดน้ำหนักและไขมันได้เช่นเดียวกัน

 

อ้างอิง
Chung N, Park MY, Kim J, Park HY, Hwang H, Lee CH, et al. Non-exercise activity thermogenesis (NEAT): a component of total daily energy expenditure. J Exerc Nutrition Biochem. 2018;22(2):23-30.

(Visited 513 times, 6 visits today)

Last modified: June 21, 2019